<?xml version="1.0" encoding="utf-8" ?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom">
<channel>
<title>laorpmのブログ</title>
<link>https://ameblo.jp/laorpm/</link>
<atom:link href="https://rssblog.ameba.jp/laorpm/rss20.xml" rel="self" type="application/rss+xml" />
<atom:link rel="hub" href="http://pubsubhubbub.appspot.com" />
<description>ブログの説明を入力します。</description>
<language>ja</language>
<item>
<title>“รีล มาดริด” ถูกริบประตูทดเจ็บ พ่าย “ชักห์ตาร์ฯ”</title>
<description>
<![CDATA[ <p>“ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ถูกวิดีโอช่วยตัดสิน (VAR) ริบประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ พ่ายคาบ้านแก่ ชักห์ตาร์ โดเนตส์ก สโมสรจาก ยูเครน เหลือเชื่อ 2-3 เกมเปิดสนาม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม คืนวันพุธที่ 21 ตุลาคม<br><br>ศึกฟุตบอล ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 2020-21 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรกของสาย B ณ สนาม เอสตาดิโอ อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน รีล มาดริด ดร็อป คาริม เบนเซมา นั่งสำรอง ส่ง ลูกา โยวิช, โรดรีโก และ มาร์โก อเซนซิโอ เป็น 3 ประสานแนวรุก ต้อนรับ ช้กห์ตาร์ โดเนตส์ก<br><br>ชักห์ตาร์ โดเนตส์ก สร้างเซอร์ไพรส์ นาที 14 เมย์คอน วางบอลยาวให้ มาร์ลอส กัปตันทีม ล่อเป้ากับ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ นายทวาร แต่แปติดเซฟ ต่อมานาที 29 วิกเตอร์ คอร์นีเอนโก ลากตัดเข้ากลาง แล้วจิ้มให้ มาเตอุส เตเต้ ยิงเรียดด้วยซ้ายเสียบมุม ขึ้นนำ 1-0<br><br>รีล มาดริด ตกที่นั่งลำบาก นาที 32 มาเตอุส เตเต้ พลิกหลบ คาเซมิโร แล้วสับไกด้วยซ้าย ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ปัดไม่พ้นอันตราย ราฟาเอล วาราน สกัดเข้าประตูตัวเอง และนาที 42 เตเต้ ตอกส้นให้ เมเนอร์ โซโลมอน ยิงด้วยขวา เบียดเสาแรก ตามหลัง 0-3<br><br>เริ่มครึ่งหลัง แชมป์ 13 สมัย จุดประกายความหวัง นาที 54 ลูกา โมดริช โยกหลบสองด่าน แล้วตะบันด้วยขวานอกเขต เสียบมุมสุดสวย ไล่มาเป็น 1-3ถัดมานาที 59 วินิซิอุส จูเนียร์ ตัวสำรอง ฉกบอลจากเท้า มาร์ลอส แล้วลากไปยิงง่ายๆ ตีตื้นเหลือ 2-3<br><br>ทีมเยือน น่าบวกเพิ่มสุดๆ นาที 64 เดตินโญ จ่ายตัดหลัง ราฟาเอล วาราน ให้ มาเตอุส เตเต้ หลุดเดี่ยว แปติดเซฟ ธิโบต์ คูร์ตัวส์ ยังป้องกันไว้ได้ เข้าสู่นาที 90+3 เจ้าถิ่น ชวดประตูตีเสมอ เฟเดริโก บัลเบร์เด ยิงไกลแฉลบตุงตาข่าย แต่ถูก VAR ริบคืน เนื่องจาก วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนล้ำหน้า บังผู้รักษาประตู จบเกม ชักห์ตาร์ฯ เก็บ 3 แต้ม ส่วน รีล มาดริด ไม่มีคะแนน<br>&nbsp;</p>
]]>
</description>
<link>https://ameblo.jp/laorpm/entry-12635500880.html</link>
<pubDate>Mon, 02 Nov 2020 16:25:06 +0900</pubDate>
</item>
<item>
<title>sbobet:‘ไวรัส’รอบ2 ‘ฟุตบอล’ต้องหยุดอีกครั้ง?!?</title>
<description>
<![CDATA[ <p>คำนี้เริ่มกลับมาสะกิดความรู้สึกของหลายคนอีกครั้งหลังจากมีท่าทีที่ว่า ยุโรป จะกลับมามีการระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ระลอกสอง by&nbsp;<a href="https://huc22.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">sbobet</a><br><br>มันส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน และเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา<br><br>14 ตุลาคม มีการแจ้งเตือนระดับที่ 3 เริ่มมีผลบังคับใช้ในอังกฤษโดยมีผู้คนหลายล้านคนที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคในการดำรงชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม<br><br>BBC รายงานว่า แผนก Intensive care units (ICU)ที่โรงพยาบาลต่างๆ ในเมืองลิเวอร์พูล มีผู้เข้าการรักษาแล้วถึง 90%<br><br>......มร.พอล บรันท์ สมาชิกคณะรัฐมนตรีด้านสุขภาพผู้ใหญ่และการดูแลทางสังคมของเมืองลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์ผ่านทาง BBC Radio 4 ว่า เตียงผู้ป่วยหนักตอนนี้แต่ละแห่งเต็มเร็วมาก และอาจจะไม่เพียงพอกับปริมาณของผู้ป่วยที่มาจากการระบาดระลอกสอง<br><br>“ตัวเลขล่าสุดที่ผมเห็น ระบุชัดเจนว่ามีมากกว่า 90% และมีอัตราการเพิ่มขึ้นในปัจจุบันทำให้เราคาดว่า ลิเวอร์พูล จะมีผู้ป่วยเหมือนกับครั้งที่เกิดการระบาดระลอกแรก ภายในไม่เกิน 7-10 วันข้างหน้า”<br><br>“ไม่เพียงแต่เราต้องรับคนไข้โควิด แต่โรคอื่นๆ ก็ต้องรับมือด้วยเช่นกัน เพียงต่สถานการณ์ระบาดระลอกสอง จะมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ต้องการการดูแลเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเราคงต้องหาวิธีการเพิ่มบุคลากรเพื่อดูแลผู้ป่วยในอนาคตอันใกล้นี้”<br><br>........อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีระบุว่า การตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษ มีความผิดพลาดบ่อยครั้ง ทำให้ไม่สามารถจำกัดปริมาณของผู้ป่วย และควรจะระบุการล็อกดาวน์ แยกส่วนต่างๆ เนื่องจากการระบาดแต่ละที่ไม่เหมือนกัน<br><br>ตลอด 7 วันที่ผ่านมา พื้นที่ต่างๆ มีการติดเชื้อไม่เท่ากัน เอสเซ็กซ์ เพิ่มขึ้น 82%, คอร์นวอลล์ 16.2%, ซัมเมอร์เซต 39% เป็นต้น<br><br>การระบาดระลอกสองในอังกฤษ ทำให้ สมาคมฟุตบอลนิวซีแลนด์ หรือ New Zealand Football (NZF) ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันไปแล้ว หลังจากโปรแกรมอุ่นแข้งจะมีขึ้นในวันที่12 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ทันที<br><br>บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เขาไม่ต้องการเห็นประเทศนี้ถูกปิดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรจะปิดอีกแล้ว แต่.......<br><br>ทั่วสหราชอาณาจักรจะทำให้มีคนเสียชีวิตมากขึ้น ทำให้การบริหารจัดการอาจจะต้องเข้า “แทรกแซง” ตามที่ต่างๆ และจะต้องเข้มงวดมากยิ่งขึ้นกับมหานครใหญ่ๆ อย่าง แมนเชสเตอร์ พร้อมกับเรียกร้องให้ แอนดี เบิร์นแฮม นายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ ควรที่จะ “มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์” กับรัฐบาล<br><br>การใช้มาตรการเทียร์-3 ครอบคลุมถึง การห้ามสังสรรค์ในเคหะสถานกับแขกที่มาเยี่ยมเยือน หรือสวนส่วนบุคคล ตามคำแนะนำของทีมนักวิทยาศาสตร์ทำงานเฉพาะกิจ “ศูนย์ความปลอดภัยทางชีวภาพร่วม Gold Command” ที่จะส่งผลให้ผับ บาร์ต้องปิดให้บริการ<br><br><br><br>ซึ่ง แมนเชสเตอร์ เกิดอาการ “แข็งเมือง” ไม่ยอมรับมาตรการดังกล่าวนี้ จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แถมยังมี “งูเห่า” ในพรรคของ จอห์นสัน ที่พลิกกลับมาเข้าทางฝั่งของ เบิร์นแฮม<br><br>ต้นเดือนที่ผ่านมา เบิร์นแฮม ได้ออกมาตำหนิมาตรการของทางการอังกฤษ ว่าไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะคำสั่งให้ประกาศใช้มาตรการต่างๆ ใน 2 เมืองที่มีตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เมืองใกล้เคียงก็ต้องใช้มาตรการเดียวกันด้วยทั้งๆ ที่มีผู้ป่วยติดเชื้อน้อยกว่ามาก และระบุเหตุผลว่า รัฐบาลไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนให้ประชาชน และนั่นก็ทำให้มาตรการเหล่านี้ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง<br><br><br>&nbsp;<br>ในทางเดียวกัน นักระบาดวิทยาสาธารณสุขอังกฤษดร. ซูซาน ฮอปกินส์ เรียกร้องให้ผู้คนรักษาระยะห่างทางสังคมให้มากกว่านี้ เพราะระลอกสองอาจจะหนักกว่าระลอกแรกก็เป็นได้<br><br>ข้อมูลจากอังกฤษ สอดคล้องกับข้อมูลภาคพื้นยุโรป ที่ตอนนี้แต่ละประเทศกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤติอีกครั้ง<br><br>เยอรมนีพบผู้ติดเชื้อถึง 5,132 ราย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ตัวเลขสูงถึงขั้นนี้ และมี43 รายเสียชีวิต ก่อนที่ยอดดังกล่าวจะถูกทุบสถิติในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่มีผู้ติดเชื้อถึง 7,058 รายsbobet<br><br>ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ออกประกาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันพุธ และประกาศเคอร์ฟิว ตามแผนสำหรับเมืองที่มีอัตราการติดเชื้อสูงสุดอย่าง กรุงปารีส&nbsp;<br><br>สถานการณ์ในรัสเซียยังคง “ตึงเครียดมาก” จากการเปิดเผยของ มิคาอิล มูราชโก้ รัฐมนตรีสาธารณสุขของประเทศ เนื่องจากหลายคนไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัย ตอนนี้แดนหมีขาวมีผู้ป่วยมากกว่า 1.3 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 22,000 ศพ ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ และมีการติดเชื้อวันเดียวถึง 15,150 คน สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการระบาดเมื่อวันพฤหัสบดี<br><br>น่าสนใจก็คือ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการระบาดขั้นรุนแรงและเป็นสถิติใหม่ของหลายๆ ประเทศ<br><br>เบลเยียม ประกาศว่า ยอดติดเชื้อสูงที่สุดของประเทศเท่าที่มีการระบาดคือ 10,448 ราย<br><br>เนเธอร์แลนด์ ประสบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งและกำหนดให้มีการปิดกั้นพื้นที่บางส่วนเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน หลังจากมีผู้ติดเชื้อวันเดียว 7,997 ราย<br><br>รัฐบาลสาธารณรัฐเช็ก ได้ประกาศปิดโรงเรียน, บาร์ และคลับต่างๆ เป็นเวลา 3 สัปดาห์ไปตั้งแต่วันพุธ แต่ในวันศุกร์ยอดพุ่งสูงสุดถึง 9,721 ราย โดยเฉพาะในกรุงปราก ยอดผู้ติดเชื้อ 2 สัปดาห์ล่าสุดเพิ่มขึ้นถึง 160% และเดือนเดียวยอดพุ่งถึง 778%<br><br>ไอร์แลนด์เหนือ ได้ทำการปิดโรงเรียนเป็นเวลาสองสัปดาห์รวมถึง ผับ และภัตตาคาร ปิดให้บริการ 4 สัปดาห์<br><br>โปแลนด์ ติดเชื้อวันเดียว 7,705 ราย และเสียชีวิตเป็นสถิติในวันเดียว 132 ศพ<br><br><br>&nbsp;<br>หนักไม่แพ้ที่อื่นก็คือ อิตาลี ชาติแรกของยุโรปที่มีการระบาด กลับมามีคนติดเชื้อในวันเดียวถึง 10,010 ราย<br><br><br><br>เมื่อเราลองมาดูผู้ป่วยรายใหม่ของสหราชอาณาจักรมีจำนวนถึง 362,000 รายในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;sbobet<br><br>เมื่อเป็นแบบนี้ “ใคร” จะกล้าการันตีได้ว่า กีฬาจะแข่งขันต่อได้ โดยเฉพาะกีฬามหาชนอย่าง “ฟุตบอล” จะแข่งขันกันต่อได้หรือไม่<br><br>ฟุตบอลยุโรปกำลังจะดวลแข้งกันในกลางสัปดาห์นี้เป็นนัดแรก จะเตะได้หรือเปล่า<br><br>ถ้าไปต่อไม่ได้ จะยิ่งยับเยินกันไปอีกกับทุกสโมสร และระบบพีระมิดของทุกๆ ประเทศ<br><br>ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ สโมสรฟุตบอลในยุโรปอาจสูญเสียรายได้ประมาณ 5.2-6.3 พันล้านยูโร เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19<br><br>ไม่ใช่ใครก็ได้ที่มาพูด แต่ข้อมูลนี้มาจาก อันเดรีย แองเนลลี่ประธานสมาคมสโมสรยุโรป<br><br>การเงินของสโมสรฟุตบอลทั่วภูมิภาคจะขาดสภาพคล่องไปเรื่อยๆ เนื่องจากหน่วยงานฉุกเฉินด้านสุขภาพของแต่ละประเทศ บังคับให้ระงับการแข่งขัน หรือ จำกัดจำนวนผู้ชมที่เข้ามาดูเกมในสนาม<br><br>แองเนลลี่ ระบุว่า การไม่มีแฟนบอลถือว่าแย่อยู่แล้ว แต่ถ้าหากไม่มีการแข่งขันยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ทำให้องค์กรของเรา กำลังคิดหาทางช่วยเหลือเรื่องดังกล่าวนี้ แต่มันเป็นผลกระทบจากวงกว้าง และจากการประเมินออกมานั้น เราจะไม่สามารถเข้าถึงรายการบางอย่างในบัญชีเศรษฐกิจของวงการฟุตบอลได้ทั้งหมด<br><br>“นี่คือช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงที่สุดของวงการฟุตบอลก็ว่าได้” แองเนลลี่ ที่ดำรงตำแหน่งประธานของ “ม้าลาย” ยูเวนตุสยักษ์ใหญ่อิตาลี ได้กล่าวกับที่ประชุมผู้ถือหุ้นของสโมสรกัลโช่เซเรียอา เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา<br><br>“ข้อมูลทั้งหมดนั้น เราจะสามารถประเมินผลกระทบของสถานการณ์นี้ได้อย่างครบถ้วนในฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ตอนนี้เราภาวนาว่า ฟุตบอลจะดำเนินต่อไปได้”<br><br>การคาดการณ์การสูญเสียเงินรายได้นี้ ได้รวมถึงการสูญเสียทุกสิ่งอย่างทั้งองคาพยพ พร้อมกับจะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงทางการค้าระยะกลางถึงระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้นสัญญาลิขสิทธิ์ทางโทรทัศน์ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเจรจากันใหม่ทั้งหมดด้วย<br><br>ว่ากันว่า ฟุตบอลไม่มีวันตาย และฟุตบอลคือกีฬาที่สร้างมูลค่าได้มากที่สุดในโลก&nbsp;sbobet<br><br>วันนี้ฟุตบอลไม่แน่เหมือนกันว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ แม้ว่าจะมีระบบการบริหารจัดการ และการรับมือที่เป็นขั้นเป็นตอนหลังจากต้องล็อกดาวน์ไปพร้อมๆ กันทุกอย่างนานกว่า 3 เดือนเมื่อกลางปี<br><br>ติดเชื้อก็ไปกักตัว ที่เหลือก็เตะกันต่อ แต่ถ้าติดกันยกทีมแล้วจะทำอย่างไร&nbsp;sbobet<br><br>ปีนี้ทีมที่ได้แชมป์ อาจไม่ใช่ทีมที่เก่งที่สุด<br><br>แต่อาจเป็นทีมที่มีผู้ติดเชื้อน้อยที่สุดหรือเปล่า<br><br>มันดูเหมือนกับสถานการณ์หลายๆ อย่างรอบตัวเราในยุคโควิด-19<br><br>ไม่รู้ว่าอะไร เมื่อไหร่ วันไหน.....จะไปก่อนกัน!!!!&nbsp;sbobet</p>
]]>
</description>
<link>https://ameblo.jp/laorpm/entry-12635500750.html</link>
<pubDate>Mon, 02 Nov 2020 16:24:20 +0900</pubDate>
</item>
<item>
<title>เรอัลมาดริดช็อกโดน0-3ครึ่งแรก! VARริบทดเจ็บ-ไล่ไ</title>
<description>
<![CDATA[ <p>"ราชันชุดขาว" แชมป์ 13 สมัยรายการนี้ประเดิมพ่ายตั้งแต่นัดแรกคาถิ่นตัวเอง หลังเล่นผิดฟอร์มตามหลัง ชัคตาร์ โดเนตส์ค ในช่วง 45 นาทีแรกถึง 0-3 แม้ครึ่งหลัง ลูก้า โมดริช และวินิซิอุส จูเนียร์ จะยิงไล่มาแต่ไม่ทันจบเกมพ่ายให้ทีมดังจากยูเครน 2-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันพุธที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา<br>สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่<br><br>&nbsp; &nbsp; เรอัล มาดริด อดีตแชมป์รายการนี้ 13 สมัย ประเดิมนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการรับมือ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทีมแกร่งจากยูเครน&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp;ซีเนดีน ซีดาน เกมนี้ไร้ตัวหลักทั้ง เซร์คิโอ้ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล, เอแด็น อาซาร์ ขณะที่คาริม เบนเซม่า และโทนี่ โครส ออกสตาร์ทเป็นแค่สำรอง แนวรุกเกมนี้ใช้ ลูก้า โยวิช ล่าตาข่ายร่วมกับ โรดรีโก้ และมาร์โก อาเซนซิโอ ส่วนทางฝั่ง ชัคตาร์ โด<br>เนตส์ค ทิ้ง เดนตินโญ่ หัวหอกบราซิเลี่ยนเป็นหน้าเป้า โดยมีตัวสนับสนุนอย่าง เตเต้, มาร์ลอส และ มาร์กอส อันโตนิโอ<br><br>&nbsp; &nbsp; เริ่มเกมมาแค่ 4 นาที เจ้าถิ่นชุดขาวได้ทักทายก่อนหลัง มาร์โก อาเซนซิโอ ซัดไปติดบล็อคแนวรับชัคตาร์ฯ ก่อนจะหวดด้วยซ้ายมุมแคบอีกทีแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ อนาโตลี ทรูบิน<br><br>&nbsp; &nbsp; นาที 14 ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทิ้งโอกาสทองขึ้นนำหลัง มาร์ลอส กระชากบอลหลุดเดี่ยวไปดวลกับ ติโบต์ กูร์กตัวส์ แต่ดันยิงไม่ดีไปติดมือของนายด่านชาวเบลเยียม&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; กระนั้นทีมดังจาก ยูเครน มาพังตาข่ายขึ้นนำ 1-0 จนได้ในนาที 29 จากความยอดเยี่ยมของ วิคตอร์ คอร์นิเลนโก้ แบ็กซ้ายที่ตะลุยเดี่ยวตัดเข้ากลางแหวกแนวรับ "ชุดขาว" ก่อนจะจิ้มบอลในเขตโทษให้ เตเต้ วิ่งมาซัดเลียดหนีมือ กูร์กตัวส์ เสียบมุมเข้าไป<br><br>&nbsp; &nbsp; อีก 4 นาทีถัดมา แนวรับของเจ้าบ้านมาพลาดอีก หลังโดนเม็ดที่สอง จากจังหวะที่ ติเต้ ลากตัดเข้าหน้ากรอบแล้วตะบันด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งแรงจน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องทุบบอล ทว่า ราฟาแอล วาราน พยายามพุ่งไปสกัดบอลออกหลัง ดันจิ้มผิดเหลี่ยมกลายเป็นทำเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้ ชัคตาร์ โดเนตส์ค บุกมานำ 2-0<br><br>&nbsp; &nbsp; นาที 36 เป็นโอกาสของเจ้าบ้านบ้าง ลูก้า โมดริช ตักบอลยาวมาในกรอบให้ ลูก้า โยวิช ขึ้นโขกแต่ดาวยิงชาวเซอร์เบียดันโหม่งไปชนแขนตัวเองก่อนไปเข้ามือของ ทรูบิน<br><br>&nbsp; &nbsp; นาที 41 แนวรับเจ้าบ้านมาพลาดอย่างเหลือเชื่อ เมื่อมาเสียประตูที่สามให้ ชัคตาร์ฯ บุกไปนำโด่ง 3-0 จาก ติเต้ คนเดิมที่มีส่วนร่วมกับประตูอีกแล้ว คราวนี้ปีกตัวเก่งกระชากเข้ามาก่อนจะดีดตอกส้นให้ เมเนอร์ โซโลม่อน หลุดเข้าไปซัดบริเวณจุดโทษก่อนยิงผ่านตัว กูร์กตัวส์ เข้าไปไม่พลาด&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด ตามหลัง ชัคตาร์ โดเนตส์ค 0-3 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี นับแต่ปี 2005 ที่พบกับ ลียง ในเกมชปล. ที่เสียสามประตูในครึ่งแรก และเป็นหนแรกในฐานะบ้านตัวเอง (เกมนี้ไม่ได้เล่นที่ เบร์นาเบว)* ที่เสียถึงสามเม็ดนับแต่ปี 2000 หรือเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิค<br><br>&nbsp; &nbsp; ครึ่งหลัง ซีดาน เปลี่ยนเอา คาริม เบนเซม่า ลงมาเล่นแทน โรดรี้โก้ และนาที 54 เรอัล มาดริด มาได้ประตูไล่มา 1-3 จากจังหวะที่ มาร์เชโล่ จ่ายเข้ากลางให้ ลูก้า โมดริช แตะบอลหลบแข้งชัคตาห์ฯ 2 รายก่อนตะบันด้วยขวากว่า 30 หลา กลางประตูบอลพุ่งแรงติดไซด์ก้อยเสียบมุมตาข่ายชนิดงามหยดย้อย<br><br>&nbsp; &nbsp; นาที 59 บอสใหญ่ราชัน เปลี่ยนตัวคนที่สองถอดเอา ลูก้า โยวิช ออกแล้วส่ง วินิซิอุส จูเนียร์ ลงไปเล่นแทน และแค่ไม่กี่วินาที วินิซิอุส ก็แผลงฤทธิ์หลังสัมพัสบอลแรกไปแย่งจากเท้าแนวรับทีมเยือนก่อนลากเข้าไปซัลโวผ่านมือ อนาโตลี ทรูบิน เรอัลมาดริด ไล่มาเป็น 2-3<br><br>&nbsp; &nbsp; กระนั้นแนวรุกของ ชัคตาห์ ก็เกือบได้ลุ้นเม็ดที่ 4 เช่นกัน หลัง นาที 64 เตเต้ ที่เล่นได้โดดเด่นหลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่ยังดีไปติดตัวของ ติโบต์ กูร์กตัวส์&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; นาที 80 ทีมเยือนพลาดโอกาสได้ประตูที่ 4 หลัง เตเต้ ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน<br><br>&nbsp; &nbsp; ช่วงทดเจ็บ นาที 90+2 เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ส่งบอลเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินหลังเช็กกับ VAR ริบสกอร์ไม่ให้ประตูตีเสมอกับเจ้าถิ่น หลัง วินิซิอุส จูเนียร์ ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าไปมีส่วนร่วมกับประตู ทำให้สกอร์ยังเป็น 2-3 เหมือนเดิม&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบเกม &nbsp;เรอัล มาดริด แพ้คาบ้านให้ ชัคตาร์ โดเนตส์ค 2-3 ส่งผลให้ประเดิมพ่ายเกมแรก แชมเปี้ยนส์ ลีก และกลายเป็นแพ้คารังสองเกมติดต่อกัน หลังเพิ่งจะแพ้ให้น้องใหม่ลาลีกา อย่าง กาดิซ ในลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา&nbsp;<br><br>&nbsp; &nbsp; รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - แฟร์กล็องด์ เมนดี้, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, มาร์เชโล่ - เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, คาเซมีโร่, ลูก้า โมดริช (โทนี่ โครส น.70) - มาร์โก อาเซนซิโอ, ลูก้า โยวิช (วินิซิอุส จูเนียร์ส น.59), โรดรีโก้ (คาริม เบนเซม่า น.46)<br><br>&nbsp; &nbsp; ผู้จัดการทีม : ซีเนดีน ซีดาน<br><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-1-4-1) : อนาโตลี ทรูบิน - โดโด้, ดาวิต โคโชลาว่า, วาเลอรี่ บอนดาร์, วิคตอร์ คอร์นิเลนโก้ - มายค่อน - อลัน พาทริค - มาเตอุส เตเต้, มาร์ลอส, มาร์กอส อันโตนิโอ (บ็อกดาน ยุนนิค น.90+4) , เมเนอร์ โซโลม่อน (วิเตา น.90+2) - &nbsp;เดนตินโญ่ (จอร์จี้ ซูดาคอฟ น.86)</p>
]]>
</description>
<link>https://ameblo.jp/laorpm/entry-12635500492.html</link>
<pubDate>Mon, 02 Nov 2020 16:22:57 +0900</pubDate>
</item>
</channel>
</rss>
